ประวัติคณะวิศวกรรมศาสตร์

 ประวัติความเป็นมาโดยย่อ

    ก่อต่ั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2475 ในนาม โรงเรียนอาชีพช่างกล ดดยคณะนายทหารเรือนำโดย น.อ.พระประกอบกลกิจ ร.น. จากนั้นได้โอนเข้าสังกัดกระทรวงธรรมการ และเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนมัธยมอาชีพช่างกลเพื่อเริ่มระบบการสอนตามแผนการศึกษาของชาติ พ.ศ.2482 ได้พัฒนาการสอนด้านวิชาชีพช่างกลให้เจิรญทัดเทียมนานาประเทศ จึงได้เปลี่ยนชื่อโรงเรียนช่างกลปทุมวัน ปี พ.ศ.2537 เปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิศวกรรมศาสตร์ (ปวศ.) ในสาขาวิชาวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์โดยได้รับทุนสนับสนุนและช่วยเหลือจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญีาปุ่น (JICA) ซึ่งนับว่าเป็นสถาบันแห่งแรกของประเทศที่เปิดสอนทางด้านวิศวกรรมเมคคาทรอนิกส์ วิทยาลัยช่างกลปทุมวันได้ยกฐานะเป็นสถายันการศึกษาตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรีในสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พ.ศ. 2541 สังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และเมือวันที่ 20 ธันวาคม 2547 สถาบันได้ปรับเปลี่ยนสถานะเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
  พ.ศ.2547 เป็นส่วนราชการในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการนับตั้งแต่ดำเนินการสอนมา คณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้ขยาย  การเรียนการสอนไปในสาขาวิชาต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยยึดถือนโยบายการผลิตวิศวกรที่มีความรู้ ความเข้าใจในหลักวิศวกรรมศาสตร์พื้นฐาน และมีทักษะในเชิงปฏิบัติสามารถนำทฤษฎีไปประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาทางวิศวกรรมได้อย่างมีประสิทธิผลอีกทั้งมีโครงการความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานภายในและภายในนอกประเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพในการจัดการศึกษาของคณะอีกด้วย ปัจจุุบันคณะวิศวกรรมศาสตร์เปิดทำการเรียนการสอทั้งหมด 12 หลักสูตรโดยมีหลักสูตรวิชาชีพ 12 หลักสูตร เป็นหลักสูตรที่พัฒนาให้เป็นไปตามมาตรฐานคุณวิุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ 12 หลักสูตร โดยแบ่งเป็นหลักสูตรระดับปริญญาตรี 8 หลักสูตร หลักสูตรระดับปริญญาโท 3 หลักสูตร หลักสูตรระดับปริญญาเอก 1 หลักสูตร

 ปรัชญา
   พัฒนาความรู้ เชิดบูคุณธรรม นวัตกรรมก้าวไกลใส่ใจสังคม
วิสัยทัศน์
   ผลิตบัณฑิตที่พึ่งประสงค์มีทักษะในการสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาประเทศ และมีคุณภาพเทียบเคียงได้ในระดับสากล
พันธกิจ
   1.มุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
   2.ส่งเสริมการทำและพัฒนางานวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมและต่อยอดองค์ความรู้
   3.สนับสนุนการเผยแพร่ความรู้และบริการวิชาการสู่สังคม
   4.สร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านวิชาการกับภาครัฐและเอกชนในประเทศและต่างประเทศ
   5.ส่งเสริมการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของประเทศชาติให้ดำรงสืบไป
   6.ส่งเสริมกิจกรรมให้บริการและคืนประโยชน์แก่สังคม
   7.เสริมสร้างการบริหารจัดการองค์กรด้วยหลักธรรมภิบาล
   8.ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรในสังกัดทั้งด้านวิชาชีพและวิชาการอย่างต่อเนื่อง